- ROAS คือรายได้ที่ได้กลับมาต่อ 1 บาทที่จ่ายค่าโฆษณา ใช้บอกว่าแคมเปญคุ้มหรือไม่
- สูตรคือ รายได้จากโฆษณา หารด้วย งบโฆษณา เช่น ใช้ 10,000 บาท ได้ยอดขาย 50,000 บาท เท่ากับ ROAS 5 เท่า
- ไม่มีตัวเลข ROAS ที่ดีตายตัว ขึ้นกับกำไรต่อชิ้น สินค้าที่ margin บางต้องการ ROAS สูงกว่ามาก
- ROAS สูงไม่ได้แปลว่ากำไรเสมอไป ต้องดูคู่กับ margin และ ตัวชี้วัดตัวอื่น
ROAS (Return on Ad Spend) คือ อัตราผลตอบแทนจากงบโฆษณา บอกว่าทุก 1 บาทที่จ่ายไปกับโฆษณา สร้างรายได้กลับมากี่บาท เป็นตัวเลขหลักที่บอกว่าแคมเปญ "คุ้ม" หรือไม่
วิธีคำนวณ ROAS
ROAS = รายได้จากโฆษณา ÷ งบโฆษณา. เช่น ใช้งบ 10,000 บาท ได้ยอดขาย 50,000 บาท → ROAS = 5x หมายความว่าทุก 1 บาทได้กลับมา 5 บาท
ROAS ที่ดีควรเป็นเท่าไร?
ไม่มีตัวเลขตายตัว ขึ้นกับ margin ของสินค้า ธุรกิจที่กำไรต่อชิ้นสูง (เช่น คอร์สเรียน, บริการ) อาจคุ้มที่ ROAS 2–3x ส่วนสินค้า margin บาง (เช่น ของกินราคาถูก) อาจต้องการ ROAS 8x+ ถึงจะมีกำไร
ROAS สูงไม่ได้แปลว่าดีเสมอ ถ้ายอดขายรวมยังน้อย
3 ข้อผิดพลาดที่ทำให้อ่าน ROAS ผิด
- ดู ROAS อย่างเดียวโดยไม่ดู margin จริง บางแคมเปญ ROAS สูงแต่ขาดทุนเพราะต้นทุนสินค้าสูง
- ไม่แยก new vs returning customer ยอดจากลูกค้าเก่าอาจปั่น ROAS ให้ดูดีเกินจริง
- ตั้งเป้า ROAS สูงเกินจนโฆษณาไม่ขยาย บางครั้งลด ROAS เป้าลงแล้วยอดขายรวมโตขึ้น
ที่ SparksJump เราดู ROAS ควบคู่กับ margin, CAC และ LTV เพื่อให้แน่ใจว่าการเติบโตนั้น "มีกำไรจริง" ไม่ใช่แค่ตัวเลขสวยบน dashboard
คำถามที่พบบ่อย
ROAS คืออะไร?
ROAS ย่อมาจาก Return on Ad Spend คืออัตราผลตอบแทนจากงบโฆษณา บอกว่าทุก 1 บาทที่จ่ายไปกับโฆษณาสร้างรายได้กลับมากี่บาท
ROAS ที่ดีควรเป็นเท่าไร?
ไม่มีตัวเลขตายตัว ขึ้นกับกำไรต่อชิ้น ธุรกิจบริการหรือคอร์สที่กำไรต่อชิ้นสูงอาจคุ้มที่ ROAS 2-3 เท่า ส่วนสินค้าที่ margin บางมักต้องการ ROAS 8 เท่าขึ้นไปจึงจะมีกำไร
ROAS ต่างจาก ROI อย่างไร?
ROAS ดูเฉพาะรายได้เทียบกับงบโฆษณา ส่วน ROI ดูกำไรสุทธิเทียบกับต้นทุนทั้งหมดรวมค่าสินค้าและค่าดำเนินงาน ROAS จึงเป็นตัวเลขระดับแคมเปญ ส่วน ROI เป็นตัวเลขระดับธุรกิจ
ทำไม ROAS สูงแต่ธุรกิจยังไม่กำไร?
สาเหตุที่พบบ่อยคือไม่ได้หักต้นทุนสินค้าและค่าดำเนินงาน หรือยอดส่วนใหญ่มาจากลูกค้าเก่าที่จะซื้ออยู่แล้ว ทำให้ ROAS ดูดีเกินจริง ควรแยกลูกค้าใหม่กับลูกค้าเก่าเสมอ
แหล่งอ้างอิง

ผู้ร่วมก่อตั้งและ CTO ของ SparksJump ดูแลระบบโฆษณาและ data ตั้งแต่โครงสร้างแคมเปญ การวัด conversion ไปจนถึง dashboard ที่ลูกค้าใช้ติดตามผลแบบ real-time


